หน้าแรก - ข่าวสาร - ประวัติ - วัตถุมงคล - เว็บบอร์ด - ร่วมอนุโมทนาบุญ - ค้นหา - ติดต่อเรา ศุกร์, พฤศจิกายน 21, 2551


ประวัติ-อำเภอ
ชีวิต..!!
สนง.จอ.ทุ่งเสลี่ยม
อำเภอทุ่งเสลี่ยม
แผนที่ อำเภอ
วัดพิพัฒน์
พระครูวรคุณประยุต
พระครูวิศาลธุราทร
ระบบสมาชิก
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน



สมัครสมาชิก ?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน ?
ขอใหม่ ที่นี่.
หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล

!วิสัยทัศน์การบริหารงานปกครอง!

อ่านต่อ >>>

"ฝ่ายการศึกษาและเผยแผ่"

อ่านต่อ >>>

นานาสาระ..!



ฝากข้อความ
ชื่อ:

ข้อความ:
ช่วยเหลือ

ch
20/08/2551 16:43
วัตถุมงคลของวัดพิพัฒน์มงค
ลครับhttp://sukhophothung
.blogspot.com/


pia
20/06/2551 11:17
ทำไมไม่จัดรถรับส่งระหว่าง
วัดต่างๆที่สำคัญหรือจัดกิ
จกรรม 1 วันไหว้พระ ๙ วัด ในช่วงเทศกาลวันสำคัญทางพร
ะพุทธศาสนา


pia
20/06/2551 10:15
เดินไปเหนื่อยแย่ สาธุ

ปฏิทินกิจกรรม
พฤศจิกายน
จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.อา.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30

กิจกรรม
คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
เข้าไปชม..วัดเราหน่อย..!

ลานธรรมพุทธานุภาพ

ลานพุทธมณฑล

ภาพมุมสูงลานพุทธมณฑล

จตุรงเจดีย์            สะพานวงแหวนลานธรรมฯ

พระพุทธมงคลนิมิต(หลวงพ่อโต)

ลานธรรมฯ                  ซุ้มประตู

บริเวณวัด, เสนาสนะ, ถาวรวัตถุ

จตุรังคเจดีย์ และรัตนอุโบสถ

อาคารเรือนไทยล้านนา(หอคำหลวง)


เจ้าคณะภาค ๕ ตรวจเยี่มวัด..!!

        เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๙ พระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะภาค ๕ วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ได้มาตรวจเยี่ยมสนามสอบธรรมสนามหลวง และในการนี้ได้กรุณามาเยี่ยมวัดพิพัฒน์มงคลด้วย...

            พระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะภาค ๕ เข้ากราบนมัสการ หลวงพ่อทองคำ ณ หอพระทองคำ และสนทนากับหลวงพ่อพิพัฒน์มงคล เจ้าอาวาส, พระครูวิศาลธุราทร รองเจ้าอาวาส..

หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล น้อมถวาย พระลีลาทุ่งเศรษฐี กรุกำแพงเพชร

       พระเดชพระคุณพระธรรมปัญญาภรณ์ เข้ากราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และชมพระพุทธรูปโบราณในพิพิธภัณฑ์หอพระทองคำ...

ตรวจเยี่ยมการก่อสร้างหอคำหลวง


อายุวัฒนมงคล ๙๔ ปี สมเด็จพระสังฆราช..!

อายุวัฒนมงคล ๙๔ ปี

สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช

          เป็นที่ปลาบปลื้มโสมนัสยิ่ง ในวันอังคารที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ประมุขคณะสงฆ์ไทย จะเจริญพระชนมายุครบ ๙๔ พรรษา ด้วยพระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๔ แห่งวัดบวรนิเวศวิหาร และเป็นองค์ที่ ๑๙ กรุงรัตนโกสินทร์ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี มวลหมู่คณะสงฆ์ทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกาย ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไป ต่างแซ่ซ้องสดุดีด้วยการจัดงานถวายอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า เจริญ ถือกำเนิดในสกุล คชวัตร โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายน้อยและนางกิมน้อย คชวัตร เพลาประสูติการ วันศุกร์ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู ตรงกับวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๔๕๖ ณ บ้านวัดเหนือ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖

           ทรงบรรพชา เมื่อพ.ศ.2469 ขณะอายุได้ 14 ปี ภายหลังบรรพชาได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเทวสังฆาราม 1 พรรษา จากนั้นได้มาศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดเสน่หา จ.นครปฐม กระทั่งอายุครบอุปสมบท ท่านจึงได้เดินทางกลับไปอุปสมบทที่วัดเทวสังฆาราม เมื่อ     พ.ศ.2476 ภายหลังจึงได้เดินทางเข้ามาจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย ก่อนที่จะได้เข้าพิธีอุปสมบท เป็นธรรมยุตนิกาย โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า " สุวฑฺฒโน" อันมีความหมายเป็นมงคลว่า ผู้เจริญดียิ่ง

พ.ศ.2484 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค

         ทรงศึกษาภาษาอังกฤษและภาษาสันสกฤต เป็นพื้นฐานได้ศึกษาด้วยตนเองในเวลาต่อมา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ทรงนำมาใช้ประโยชน์เป็นอย่างมาก

         นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสด้วย โดยใช้เวลาว่างในตอนเย็นหรือกลางคืน ศึกษากับครูคฤหัสถ์ที่มาสอนเป็นการส่วนตัว แต่เนื่องจากไม่มีเวลาศึกษาอย่างติดต่อ ภายหลังจึงได้เลิกร้างไป เมื่อสอบได้เปรียญชั้นสูงแล้ว ทรงเริ่มรับภาระหน้าที่ต่างๆ ทั้งวัดบวรนิเวศวิหาร ของคณะสงฆ์ และขององค์กรต่างๆ ทางพระพุทธศาสนามาโดยตลอด

        พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงผนวช เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2499 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ พระราชอุปัธยาจารย์ ทรงเลือกให้เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระหว่างที่ทรงผนวช

พ.ศ.2504 เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อจากพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ)

พ.ศ.2415 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระญาณสังวร

      วันศุกร์ที่ 21 เมษายน 2532 ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร เป็นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

      นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2544 ล่วงมาจนบัดนี้เกือบ 5 ปีเต็ม ทรงประชวรพำนักรักษาพระองค์ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของคณะแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และพำนักอย่างต่อเนื่อง ครั้นมีศาสนกิจ พระองค์ก็เสด็จนิวัตวัดบวรนิเวศฯ พำนักให้คณะศิษย์ได้เข้าเฝ้าเป็นครั้งคราว

        กิจวัตรประจำพระองค์ รุ่งเช้าทรงตื่นจำวัด เสวยพระกระยาหาร จากนั้นทรงพักผ่อนอิริยาบถ ฉันภัตตาหาเพล เวลา 15.00 น. ทรงกายภาพบำบัด เวลา 16.00 น. เปิดโอกาสให้สานุศิษย์เข้าเฝ้า จากนั้นทรงพักผ่อนพระวรกาย

         ด้านพระอาการประชวร คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดแจ้งว่า พระองค์ทรงมีพระอาการดีขึ้นตามลำดับ พระพลานามัยแข็งแรงมาก สดชื่น ไม่มีอาการอ่อนเพลียให้ปรากฏ สามารถปฏิบัติศาสนกิจ สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็นได้ตามปกติ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ากราบนมัสการอย่างใกล้ชิด  สำหรับกำหนดการบำเพ็ญกุศลคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

          วันที่ 1 ตุลาคม 2550 เวลา 09.30 น. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จยังห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร ประทานวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าถวายสักการะ ถวายพระพรเนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ

          เวลา 16.30 น. เสด็จยังห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร ประทานวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าถวายสักการะ ถวายพระพรเนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ

           วันที่ 2 ตุลาคม 2550 เวลา 06.30 น. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จทรงบาตร ณ สนามวัดบวรนิเวศวิหาร ประทานวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าถวายสักการะ ถวายพระพรเนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ

           เวลา 16.30 น. เสด็จลงพระอุโบสถ ทรงรับถวายสักการะจากพระเถรานุเถระที่มาเจริญพระพุทธมนต์ถวาย ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

           วันที่ 3 ตุลาคม 2550 เวลา 10.00 น. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับถวายสักการะ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

             เวลา 10.20 น. เสด็จทรงบำเพ็ญพระกุศลคล้ายวันประสูติ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

              เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ในการบำเพ็ญกุศลคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

               พระสงฆ์ 20 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ทรงถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ ณ พระอุโบสถ และถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์อีก 495 รูป ณ อาคารวชิรญาณวงศ์ ทรงถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา

                เวลา 16.30 น. คณะธรรมยุต เจริญนวัคหายุสมธัมม์ถวายเป็นพระกุศล ณ พระอุโบสถ

              เวลา 17.00 น. เสด็จยังห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร ประทานวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าถวายสักการะ ถวายพระพรเนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ

              เวลา 20.00 น. พระภิกษุสามเณรวัดบวรนิเวศวิหาร เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 1-7 ตุลาคม เวลา 08.30-18.00 น. วัดบวรนิเวศวิหาร ได้เปิดปูชนียสถานสำคัญของวัด ให้พุทธศาสนิกชนเข้านมัสการ ตามสถานที่ดังนี้ 1.พระอุโบสถ 2.พระเจดีย์ 3.พระไพรีพินาศ 4.พระวิหารเก๋ง 5.พระวิหารพระศาสดา 6.รอยพระพุทธบาท 7.ตึกมนุษยนาควิทยาทาน

          ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้จัดตั้งโต๊ะหมู่บูชา โดยประดิษฐานพระรูปสมเด็จพระสังฆราช พร้อมทั้งจัดทำป้ายถวายพระพร

           นอกจากนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้จัดนิทรรศการพระประวัติของสมเด็จพระสังฆราช จัดทำป้ายถวายพระพรและจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระรูปสมเด็จพระสังฆราช ณ ศาลากลางจังหวัด ตั้งแต่ 1-15 ตุลาคม 2550

              รวมไปถึงองค์กรทางพระพุทธศาสนา อาทิ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย, ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย, วัดญาณสังวราราม เขาชีจรรย์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จัดกิจกรรมเนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระสังฆราช เช่นกัน

            ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในฐานะที่สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นพระประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทย พระองค์ได้ทรงปกครองบังคับบัญชาคณะสงฆ์ด้วยคุณธรรมที่สูงส่ง ยังความสงบเรียบร้อยและความเจริญรุ่งเรืองให้เกิดขึ้นแก่พระพุทธศาสนาทั่วสังฆมณฑล

        อีกทั้งได้ประทานพระธรรมเทศนา พระโอวาทและพระคติธรรม อันสุขุมแก่พุทธศาสนิกชนนำไปปฏิบัติก่อให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลและความสุขในสังคม

           นับได้ว่าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ทรงปฏิบัติพระศาสนกิจ อันเป็นหิตานุหิตประโยชน์ทั้งต่อพระพุทธศาสนาและประเทศไทยเป็นอเนกประการ

"ทีฆายุโก โหตุ สงฺฆราชา"



วัดเราเขาก็เอาไปลงเว็บ..!!

 

               วัดพิพัฒน์มงคล  อำเภอทุ่งเสลี่ยม  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ หรือพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง หล่อด้วยทองคำหนัก 9 กิโลกรัม ปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลปะสมัยสุโขทัยที่มีความงดงาม 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

กรณีศึกษา...‘วัดพิพัฒน์มงคล’ บริหารพระบริหารวัดต้องมีวิสัยทัศน์

เมื่อพูดถึงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอ ส่วนใหญ่เรา จะนึกถึง ภาพพระแก่ๆ ซึ่งไม่ค่อยจะทำงานด้านปกครอง สมกับ ตำแหน่งที่ได้รับมากนัก บางรูปไม่รู้ด้วยซ้ำไป ว่าหน้าที่ที่แท้จริง มีอะไรบ้าง ยิ่งเป็นวัดในต่างจังหวัดแล้ว บริเวณวัด คงรกด้วย ต้นหญ้าใบไม้ ขี้หมาเกลื่อนวัด ยิ่งถ้ามีธุระ ต้องใช้ห้องน้ำก็ไม่ต้องพูดถึง แต่ก็มีวัดอยู่จำนวนไม่น้อยที่พัฒนาปรับปรุง รักษา ความสะอาดได้ดีมาก

     หนึ่งในจำนวนวัดที่ต้องพูดถึงคือ วัดพิพัฒน์มงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่งมี พระครูวรคุณประยุต เป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม โดยท่านมีนโยบายในการบริหารจัดการวัดที่ว่า

        "เจ้าอาวาสหรือเจ้าสำนักที่พักสงฆ์ จำต้องมีสภาวะเป็นผู้นำที่สูงส่ง เสียสละเป็นเบื้องต้น วัดจึงจะพัฒนาไปได้อย่างราบรื่น และรวดเร็ว เจ้าอาวาสหรือเจ้าสำนักที่พักสงฆ์จะต้องเป็นพระของชาวบ้านจริงๆ เป็นที่พึ่งพิงทั้งในทางโลกและทางธรรม เป็นผู้นำจิตวิญญาณ เข้ากับชาวบ้านได้ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างวัดกับบ้านได้ สร้างศรัทธาให้ชาวบ้านเพราะ ถ้าหากชาวบ้านเกิดศรัทธาแล้ว จะทำสิ่งใดก็จะง่ายขึ้น"         

       หลวงพ่อพิพัฒน์บอกด้วยว่า " ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้สร้างและพัฒนาวัด รวมทั้งจัดฝึกอบรมปฏิบัติธรรมให้กับญาติโยม เรื่อยมาจนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติมากมาย เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอจึงมีความคิดว่าทำอย่างไรให้วัดต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองยึดหลักการปฏิบัติตาม อาตมาจึงเขียนวิสัยทัศน์ออกมาแจกจ่ายให้พุทธศาสนิกชน และพระที่อยู่ใต้ปกครอง "

      สำหรับนโยบายเร่งด่วนในขณะนี้คือ -.

  1. กระจายอำนาจไปสู่บุคลากรที่เกี่ยวข้องให้ทั่วถึง สามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ทุกกรณี
  2. จัดการบริการแก่พระสังฆาธิการ ในกรณีที่จำเป็นต้องการใช้พาหนะ
  3. ไม่มีการเรี่ยไรเงิน หากมีการขอความร่วมมือจากหน่วยงานหรือคณะสงฆ์ในกรณีที่ไม่เกิน 10,000 บาท
  4. จัดตั้งกองทุนพระสังฆาธิการ

          อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับตำแหน่งแล้วก็เรียกประชุมแจกแจงนโยบาย จากนั้นก็ออกไปเยี่ยมเยียนวัดต่างๆ ซึ่งได้ตั้งเป้าว่าภายใน 3 เดือน ต้องไปให้ครบทุกวัด โดยไปมอบนโยบาย พร้อมทั้งคำชี้แนะเรื่องการปรับปรุงพัฒนาวัด เพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง

              โดยเฉพาะนโยบายจัดให้มีการส่งเสริมพัฒนาบริเวณวัด จัดสวนหย่อม พัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสม เป็นที่เจริญศรัทธาต่อผู้เข้ามาทำบุญ ทั้งนี้ต้องทำโครงการมายังอาตมาเพื่อสนับสนุนในการพัฒนาและมีการประกวด มอบรางวัล เพื่อเป็นกำลังใจสำหรับวัดที่พัฒนาสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย

     "จริงๆ แล้วเรื่องความสะอาดของวัดเป็นสิ่งที่เจ้าอาวาสต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ความสะอาดของวัดไม่ต้องใช้ปัจจัย เพียงแต่พระลูกวัดช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูก็เพียงพอแล้ว ซึ่งขณะนี้มีเพียง 3 วัด จาก 40 วัด ที่จัดได้ว่ามีความสะอาดเป็นที่น่าพอใจ ถ้าทำตามนโยบายและวิสัยทัศน์ของอาตมาก็น่าจะสวยงามเหมือนกันหมด และอาตมาก็เชื่อว่าทำได้ เพราะอาตมาเป็นคนจี้และคอยติดตามงานเสมอ" หลวงพ่อพิพัฒน์ยังกล่าวอีกด้วยว่าตั้งใจว่า แต่ละตำบลต้องมีวัดพัฒนาตัวอย่าง 1 วัด ซึ่งอาจจะเรียกว่า หนึ่งตำบล หนึ่งวัด คล้ายๆ กับหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) โดยใช้คำย่อว่า OTOT ซึ่งหมายถึง One Tumbon One Temple เน้นที่ความสะอาด เป็นระเบียบ เรียบง่าย ประหยัด ได้ประโยชน์

       หลวงพ่อพิพัฒน์บอกด้วยว่า การสร้างวัดพัฒนาวัดไม่จำเป็นต้องสร้างวัตถุมงคลอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งที่จะดึงดูศรัทธาของญาติโยมประการแรก คือ ความสะอาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งเป็นที่มีของความศรัทธา จากนั้นศรัทธาจะมาเอง ไม่ต้องแจกซองผ้าป่า เรี่ยไรมาก แต่วัดต้องสร้างจุดที่ให้ญาติโยมยึดเหนี่ยวทั้งทางกาย ทางใจ 

       ประการแรก พระสงฆ์ต้องสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นก่อน วัดต้องสะอาด สวยงาม และร่มรื่น ส่วนพระต้องปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก่อนที่จะเป็นผู้รับต้องเป็นผู้ให้ก่อน เมื่อญาติโยมเข้ามาหาพระ แสดงว่าเขาต้องการพระเป็นที่พึ่ง พระก็ควรเป็นที่พึ่งจริงๆ คือให้ธรรมะและให้กำลังใจ มีเมตตาจิต เมตตาธรรมกับทุกคนที่เข้ามาหา

     ทำไมเจ้าอาวาสต้องมีวิสัยทัศน์ ?

            พระราชญาณวิสิฐ หรือ หลวงป๋า เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อสดธรรมยาการาม จ.ราชบุรี บอกว่า วัดถือว่าเป็นองค์กรทางสังคมอย่างหนึ่ง เมื่อเป็นองค์กรก็ต้องมีการจัดการเช่นเดียวกับองค์กรธุรกิจของภาคเอกชน เจ้าอาวาสมีคุณลักษณะของผู้นำที่ดีและต้องยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการวัดด้วย เช่น

        เจ้าอาวาสต้องรู้จักพัฒนาลูกวัด โดยการแนะนำ สั่งสอน อบรม บ่มนิสัยให้เป็นพระที่ดีมีคุณภาพอยู่เสมอ ต้องมีความคิดริ่เริ่มสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันต้องเป็นนักคิดนักพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ล้าหลังหรือข้อบกพร่องในการบริหารวัดอยู่เสมอ

    หลวงป๋าพูดไว้อย่างน่าคิดว่า "อย่าบวชพระเพียงเพื่อความเป็นอรหันต์ของตนเอง แต่ต้องเผยแผ่ธรรมะโปรดพุทธศาสนิกชนในฐานะสาวกของพระพุทธองค์ และจุดมุ่งหมายสูงสุด คือ การดับทุกข์โดยไม่มีเหตุมารบกวนจิตใจ พระสงฆ์ต้องช่วยยกจิตใจของคนไทยให้สูงขึ้น ถือเป็นหน้าที่ของพระต้องช่วยให้คนไทยมีคุณธรรม"

         ในขณะที่ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี กล่าวเสริมว่า ทุกวันนี้เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าอาวาสวัดต่างๆ ต้องมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาวัดและส่งเสริมการฝึกอบรมธรรมะให้ญาติโยม วัดไหนที่สกปรก หมาขี้เต็มลานวัด ขยะเกลื่อนวัด ของใช้จัดไม่เป็นที่ มุ่งหวังแต่คอยรับกิจนิมนต์ มุ่งหวังให้คนตายมาสวดศพโดยคิดว่าอย่างไรเสียคนต้องมาทำบุญที่วัด อย่างเช่นในอดีตไม่ได้แล้ว

       อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่ายินดี ปัจจุบันนี้ได้มีพระรุ่นใหม่ไฟแรงที่ให้การพัฒนาปรับปรุงวัดให้สมคำว่า วัด จริงๆ

ที่มา : นสพ.คมชัดลึก 17 ก.พ.48

บทความนี้มีผู้อ่านแล้ว 959 คน

 

พิธีใหญ่สืบชะตาหลวงล้านนา งานประเพณี "วัดพิพัฒน์มงคล"


ประเพณีชาวไทยล้านนา ถือว่าการสืบชะตาปีใหม่เป็นนิมิตหมายมงคลสูงส่ง เพราะว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ วันจะทำให้ธุรกิจการงานการเงินเจริญก้าวหน้ามีอายุยืนยาว ปราศจากโรคาพยาธิทั้งหลายมาเบียดเบียน

การสืบชะตาหลวงนั้นวัดพิพัฒน์มงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่ง หลวงพ่อพระครูวรคุณประยุต(พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล) เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล เป็นชาวล้านนาโดยกำเนิดเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นต้นแบบของการสืบชะตาสะเดาะเคราะห์ใหม่ พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล กล่าวว่า วัดพิพัฒน์มงคลได้จัดพิธีนี้มานาน นับแต่เริ่มสร้างวัดมาปี 2526 ก็ได้จัดพิธีนี้มาตลอด 23 ปีเข้ามานี้แล้ว ทุกๆ วันที่ 1 มกราคมของทุกปี จะมีศรัทธาประชาชน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า วันที่ 1 มกราคม จะเป็นวันสืบชะตาหลวงของวัด เพื่อให้ศรัทธาสาธุชนร่วมพิธี ปีหนึ่งจำนวนหลายพันคนเข้าพิธี และมากขึ้นทุกปี ซึ่งทางวัดได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์พระเถราจารย์ผู้ใหญ่ในภาคเหนือ ที่มีพรรษาอายุกาลมาก มีเมตตาธรรมสูงส่งของภาคเหนือหลายจังหวัดมาประกอบพิธี โดยทางวัดพิพัฒน์มงคลได้บริการอาหารเครื่องดื่มที่นอนไว้สำหรับท่านที่มาจากต่างจังหวัด

พิธีสืบชะตานั้นเริ่มตั้งแต่เวลา 09.59 น.-11.29 น. ส่วนรอบบ่ายเวลา 13.09-14.09 น. รวม 2 รอบ ในวันเดียวคือวันที่ 1 มกราคม 2549 วัดพิพัฒน์มงคลได้จัดแผ่นดวงยันต์มหาโภคทรัพย์ ซึ่งเป็นดวงเสริมชะตามอบให้ท่านที่เข้าพิธีเพื่อเขียน ชื่อ นามสกุล วัน เดือนปีเกิด ลงในหม้อเงินหม้อทองที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ พร้อมทั้งปัจจัยบูชาครูตามกำลังศรัทธา


พระสงฆ์เถระทั้งหลายประมาณ 109 รูป ก็จะประกอบพิธีอธิษฐานจิตสืบชะตาหลวงแบบล้านนาจริงๆ นั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือไม้ค้ำ(ไม่ง่าม) ต้นกล้วย ต้นอ้อย เครื่องราชวัตรฉัตรธงอันประกอบด้วยบันได 9 ขั้น หมายถึงโลกุตรธรรม 9 ประการ

"ไม้ค้ำ" นี้ถือเป็นไม้มงคล คือค้ำชูอุดหนุนไม่ให้ตกยากลำบาก "ช่อน้อยตุงชัย" หมายถึงธงอันเป็นสัญลักษณ์ว่าผู้ได้ถวายธงหรือตุงแล้วจะได้พ้นจากความทุกข์ยากลำบากทั้งมวล "มะพร้าว-กล้วย-อ้อย" อันเป็นสัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นที่กำเนิดของพืชพันธุ์ธัญญาหารพืชพันธุ์ชนิดนี้ว่าขึ้นตรงไหนก็จะงอกงามที่นั้น จึงนำมาเป็นเครื่องประกอบพิธีหลักในการสืบชะตาหลวง

ส่วนเครื่องประกอบอื่นๆ อีกจำนวนมาก เช่น กระบอกน้ำ กระบอกทรายต้นไม้มงคล 9 อย่าง และวัดที่เป็นชื่อมงคลโดยได้นำน้ำมนต์จากวัดที่มีชื่อเป็นมงคลต่างๆ เช่น วัดดวงดี วัดทุ่งเศรษฐี วัดชัยมงคล วัดหมื่นล้าน วัดหมื่นเงินกอง วัดดับภัย วัดต้นโชค วัดลอยเคราะห์ วัดหม้อคำตวง เป็นต้น นำมาเข้าพิธีในวันนั้น


ในส่วนของวัดพิพัฒน์มงคลนั้น ได้จัดแผ่นดวงมหาโภคทรัพย์ให้ท่านที่ต้องการแผ่นดวงเพื่อนำเข้าพิธี แผ่นดวงนี้ทางวัดแจกให้ท่านฟรี ส่วนการจะทำบุญสุดแต่ศรัทธาของท่าน แผ่นดวงชะตานี้จะเป็นตัวแทนของท่านเข้าพิธี แผ่นดวงชะตามหาโภคทรัพย์นี้ขอรับได้ที่ วัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย 64150 หรือท่านติดต่อมาที่วัดเบอร์โทร. 0-5565-9072, 0-1280-6330, 0-7199-6803 ได้ทุกเวลา

ทางวัดจะจัดส่งแผ่นดวงให้พร้อมทั้งคำอธิบายและด้ายมงคล โดยไม่จำกัดมากน้อยเท่าไหร่ก็ได้ จากนั้นก็จัดส่งแผ่นดวงชะตามาเข้าพิธีที่วัดได้ โดยท่านจะมาหรือไม่มาก็ได้

แต่ถ้ามาได้ก็จะได้ร่วมพิธีถวายต้นมหาสังฆทานใหญ่ 9 ต้น 9 วา ให้เจ้ากรรมนายเวร เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

ข้อมูลจาก

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------

ท่องไปในแดนธรรม: มงคลการกราบไว้พระบรมธาตุ

วัดพิพัฒน์มงคล จ.สุโขทัย

        เมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่ผ่านมา พระอาจารย์พิพัฒน์มงคลได้เดินทางจาริกแสวงธรรม ร่วมกับคณะของอาจารย์หลวงพ่อ พระครูเวฬุวันพิทักษ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

        ในครั้งนั้นได้รับการถวาย พระบรมสารีริกธาตุ (พระธาตุรากขวัญ หรือพระธาตุไหปลาร้าของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) จากพระหัตถ์ของสมเด็จพระมหานายะกะ สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายสยามวงษ์ในนครแคนดี้ วัดบุพผาราม ประเทศศรีลังกา

      โดยได้มอบถวายให้ในท่ามกลางสงฆ์ฝ่ายไทยและศรีลังกา แล้วได้นำกลับมาประดิษฐานไว้ ณ ที่วัดสุวรรณวิหาร อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

       หลวงพ่อพระครูเวฬุวันพิทักษ์   อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า ได้ดำริว่า ควรจะนำประดิษฐานไว้ที่วัดพิพัฒน์มงคล เพราะได้สร้างขึ้นมาใหม่ เพราะพระคุณท่านเป็นผู้ให้การสนับสนุนส่งเสริมมาโดยตลอด

       ในช่วงที่เริ่มการก่อสร้างวัดนั้น ทางวัดไม่มีโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้สักการบูชา เนื่องจากเป็นช่วงที่กำลังดำเนินการสร้างวัดอยู่ จะรู้ก็เพียงแต่ผู้ที่ใกล้ชิดติดตามเท่านั้น

    มาบัดนี้ทางวัดพร้อมแล้วที่จะเปิดโอกาสให้ท่านสาธุชนได้เข้าสักการบูชา และขอพรได้โดยประดิษฐานเอาไว้ที่หอพระทองคำ เมื่อท่านมากราบพระพุทธรูปทองคำแล้วก็ได้มากราบขอพรพระบรมสารีริกธาตุด้วยพร้อมกัน

เดิมบริเวณที่สร้างวัดพิพัฒน์มงคลนี้แต่ก่อนเป็นท้องนา ป่าละเมาะที่ไม่มีอะไรเลย มีแต่หัวไร่ปลายนา เคยมีผู้คนมาตั้งรกรากอยู่อาศัย แต่อยู่ได้ไม่นานก็ต้องถอนเรือนไปอยู่ที่อื่นโดยไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด จนกระทั่งหลวงพ่อได้มาสร้างวัดพิพัฒน์มงคลขึ้นในบริเวณนี้ โดยได้อาราธนาพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานในวัดด้วย

    ระบรมสารีริกธาตุนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก องค์พระบรมสารีริกธาตุมีลักษณะยาวขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๑ องค์ มีลักษณะกลมอีกจำนวน ๙ องค์ ทำให้หลวงพ่อสร้างวัดพิพัฒน์มงคลเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน

      พระบรมสารีริกธาตุองค์นี้มักจะแสดงปาฏิหาริย์อยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลามีคนเข้าไปกราบนมัสการจะปรากฏเป็นรูปสีต่างๆ ให้เห็นเป็นประจำ

       ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระทองคำ วัดพิพัฒน์มงคล ถ้าท่านได้มีโอกาสกราบไหว้ก็จะเป็นสิริมงคลกับตัวเองพร้อมทั้งครอบครัว การได้กราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ (พระรากขวัญ) เท่ากับได้เข้าเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

         ทุกวันจะมีสาธุชนทั่วประเทศมานมัสการเป็นจำนวนมาก นอกจากท่านจะได้นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ (พระรากขวัญ) ท่านยังได้กราบไหว้ขอพรพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง(หลวงพ่อทองคำ) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำแท้ มีอายุราว ๕๐๐ ปี หนัก ๙ กิโลกรัมอีกด้วย

        วัดพิพัฒน์มงคลยังมีศิลปะโบราณวัตถุเป็นพระพุทธรูป พระเครื่องและพระบูชาสมัยต่างๆ ที่หาชมได้ยาก ซึ่งลูกศิษย์และผู้มีศรัทธาได้บริจาคถวาย

         นอกจากนั้นแล้ว วัดพิพัฒน์มงคลยังเป็น วัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่นของ จ.สุโขทัย มีรัตนอุโบสถ (โบสถ์แก้ว) ซึ่งมีแห่งเดียวเท่านั้น องค์พระประธาน ในรัตนอุโบสถแกะสลักด้วยหินทรายแดง เป็นศิลปะแบบลังกา สวยงามมากหาชมได้ยาก

ทางวัดจึงขอเชิญชวนศรัทธาสาธุชน ทุกท่านได้ไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ (พระรากขวัญ) พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง (หลวงพ่อทองคำ) และชมศิลปะโบราณวัตถุของวัดพิพัฒน์มงคลได้ทุกวัน จะได้สัมผัสกับความสวยงามของศิลปะแบบล้านนาและศิลปะแบบประยุกต์ ความเป็นระเบียบเรียบง่าย สะอาด ประหยัด ได้ประโยชน์ ประทับใจ บริเวณที่พักสำหรับพุทธศาสนิกชนที่มาเป็นกลุ่มคณะ

พระครูวรคุณประยุต หรือ หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล บอกว่า เมื่อท่านเดินทางมาถึง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย หากได้กราบไหว้บูชาแล้วเหมือนกับว่า เราได้เข้าใกล้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันเป็นมหาบารมี บุญกุศลอันใหญ่หลวงนัก เป็นที่ประจักษ์แก่คนที่มากราบไหว้ ท่านจะอยู่ใกล้หรือไกลก็ตาม หากมีโอกาสแล้วก็เดินทางมา ณ วัดพิพัฒน์มงคล เพื่อขอพรหลวงพ่อทองคำซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และกราบขอพรพระบรมสารีริกธาตุเจ้ารากขวัญ ก็จะเกิดมงคลแก่ครอบครัวและตัวเองเป็นอย่างยิ่ง และญาติโยมที่ได้มากราบนมัสการแล้ว ก็ไม่เคยผิดหวัง ต่างก็อิ่มบุญอิ่มกุศลโชคดีมีลาภกันถ้วนหน้า

สำหรับการเดินทางนั้น ถ้ามาจาก จ.สุโขทัย ผ่าน อ.ศรีสำโรง อ.สวรรคโลก จะมีป้ายบอกทางตลอดทั้งป้ายของวัด ป้ายทางหลวง และป้ายของการท่องเที่ยว (ททท.) ตามทางแยกสำคัญทุกแยก เมื่อมาถึง อ.สวรรคโลก ให้ท่านเดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๔๘ ถนนสายสวรรคโลก-อ.เถิน จ.ลำปาง เป็นทางลัดไป จ.เชียงใหม่ เมื่อเข้าสู่เขต อ.ทุ่งเสลี่ยม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๓๑-๓๒ จะเป็น ๔ แยก ให้ท่านเลี้ยวซ้ายมีป้ายบอกทางเข้ามาวัดพิพัฒน์มงคล หรือขอทราบรายละเอียดจากวัดพิพัฒน์มงคล โทร.๐-๕๕๖๕-๙๐๗๒, ๐-๕๕๖๕-๙๑๙๘, ๐-๑๒๘๐-๖๓๓๐, ๐-๗๑๙๙-๖๘๐๓, ๐-๖๙๒๗-๕๕๑๗

-------------------------------------

0 เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0

nationgroup 

----------------------------------------------------------------

 

 

     ตั้งอยู่ที่อำเภอทุ่งเสลี่ยม สิ่งที่น่าสนใจคือเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ เรียกว่า พุทธสุโขโพธิ์ทอง ทำด้วยทองคำแท้หนัก 9 กิโลกรัม อายุราว 500 ปี เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ยุคกลาง ประทับนั่งปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 22.5 เซนติเมตร ภายในวัดมีเนื้อที่กว้างขวางจัดเป็นอุทยานการศึกษา และเป็นสถานที่ฝึกอบรมพัฒนาจิต 

" เชิญผู้มีจิตศรัทธาสร้างเรือนไทยประดิษฐานเถราจารย์4ภาค "


         วัดพิพัฒน์มงคล หรือวัดหลวงพ่อทองคำ เป็นที่รู้จักกันดีไปทั่วทั้งประเทศ จนถึงยังต่างประเทศว่าเป็นสถานธรรมชื่อดังอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งสถานที่ศึกษาเชิงพุทธศาสนา  และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัดพิพัฒน์มงคลตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย โดยมีหลวงพ่อพระครูวรคุณประยุต พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล เป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม ได้ดำเนินการก่อตั้งสร้างวัดมาได้เพียง 23 ปี พัฒนาถาวรวัตถุต่าง ๆ ที่จัดว่าเป็นเอกลักษณ์วิจิตรเชิงศิลปะโบราณทรงไทยล้านนาขึ้นเป็นจำนวนมากในวัดแห่งนี้ เช่น โบสถ์เรือนแก้ว วิหารล้านนา ลานศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี-นักธรรม-การพัฒนา-และการปฏิบัติธรรม รวมทั้งพระพุทธรูปทองคำ ศิลปะสมัยสุโขทัยที่ประดิษฐานและสร้างชื่อเสียงโด่งดังให้วัดแห่งนี้ และจังหวัดสุโขทัยมาตลอด  ปัจจุบันวัดพิพัฒน์มงคลได้รับการยกย่องเป็น วัดพัฒนาตัวอย่างปี 2540 เป็นอุทยานการศึกษาปี 2541 เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ที่มีผลงานดีเด่นปี 2543 เป็นวัดปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี 2543 และได้รับเสมาทองคำพระราชทาน จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วัดพิพัฒน์มงคลได้รับการยกย่องได้รับเกียรติจากสถาบันพัฒนา และโล่เกียรติคุณต่าง ๆ เป็นจำนวนมากนับไม่ถ้วน จนมีคณะสงฆ์จากวัดและจังหวัดต่าง ๆ ให้ความสนใจมาศึกษาดูงานในการพัฒนาของวัดแห่งนี้บ่อยครั้ง ซึ่งวัดได้จัดระเบียบความสวยงาม ความสะอาด ร่มรื่น สมด้วยเป็นรมณียสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธรูปทองคำ (พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง) ซึ่งเป็นทองคำแท้มีอายุราว 500 ปี หนัก 9 กิโลกรัม เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันได้มีประชาชนทั่วประเทศได้เดินทางมากราบขอพรนมัสการอยู่เป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ยังมีศิลปะโบราณต่าง ๆ ภายในวัดมากมายที่ทรงคุณค่าหาดูได้ยาก มีพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุรากขวัญ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยสมเด็จพระมหานายกะ สมเด็จพระสังฆราชลังกา ในนครแคนดี้ได้นำมาประดิษฐานเป็นถาวรที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2527 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ; ในขณะนั้นได้เริ่มสร้างวัดพอดี รวมเวลาได้ 23 ปี; พระธาตุรากขวัญ คือพระธาตุไหปลาร้าของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมที่วัดพิพัฒน์มงคลแล้วจะประทับใจในความสะอาด ความสงบ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดระยะเวลาที่สร้างวัดมาได้ 23 ปี จากสถานที่เป็นท้องทุ่งนาว่างเปล่าได้กลายมาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ; มีรมณียสถานสวยงาม ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ส่วนหนึ่งเพราะบารมีธรรมของหลวงพ่อพิพัฒน์มงคลหรือพระครูวรคุณประยุตเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้ที่พบเห็นเลื่อมใสศรัทธา ตลอดทั้งพ่อค้าประชาชนข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ; และนักการเมืองถวายตัวเป็นศิษยานุศิษย์เป็นอันมาก ในวโรกาสอันเป็นมงคลสมัยที่ พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาในปี 2550 ที่จะมาถึง พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล คุณยุตโต (พระครูวรคุณประยุต) ได้ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ผู้ ศรัทธา เช่น พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ. พลเอกไพศาล กตัญญู ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ต.ท.ธีรจิตร์  อุตมะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ร่วมกับภาคเอกชนถวายปัจจัยเป็นทุนเบื้องแรกดำเนินการสร้างอาคารเรือนไทย หอคำหลวงไม้สักทองเสา 99 ต้น ที่ชาวบ้านรื้อถอนบ้าน หลังจากที่ได้มีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่มอก ทำให้ต้องย้ายสถานที่จึงนำบ้านเก่ามาถวายไว้กับทางวัดในบางส่วน และบางส่วนทางวัดก็ได้จัดซื้อของเก่าจากญาติโยมมาเพิ่มเติม ในขณะนี้ได้ดำเนินการไปได้ 80% เพื่อให้ทันเฉลิมฉลองในปีมหามงคล 2 ปีนี้ ทางวัดจึงได้เปิดโอกาสให้ท่านผู้มีศรัทธาที่จะร่วมกันถวายพระราชกุศลสร้างอาคารหอคำหลังนี้ให้สำเร็จเพื่อเป็นสถานธรรมอีกแห่งหนึ่งที่คงไว้เป็นการศึกษาของชนรุ่นหลังต่อไป หากผู้มีศรัทธาท่านใดมีจิตจะร่วมสร้างหอคำเรือนแก้วแห่งนี้กับทางวัด จะได้รับวัตถุมงคลพระกรุเก่าโบราณที่ทางวัดได้เก็บสะสมไว้ที่มีอยู่ให้ท่านนำไปบูชาเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว และพระบูชาขนาดหน้าตักตั้งแต่ 12 นิ้วขึ้นไปอีกหลายองค์ ซึ่งทางวัดเตรียมไว้มอบเป็นสิริมงคลให้กับท่านที่ร่วมทำบุญร่วมสร้างสถานธรรมจากธรรมชาติในครั้งนี้

             สำหรับอาคารทรงไทยหอคำหลังนี้  สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปเหมือนเถราจารย์ผู้ใหญ่ 4 ภาค เช่น ภาคใต้ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด, ภาคกลาง หลวงพ่อเงิน, หลวงปู่ศุข  กทม. หลวงพ่อสด, สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ภาคเหนือ หลวงปู่แหวน, ครูบาศรีวิชัย, หลวงปู่แก้ว และรูปเหมือนเกจิอาจารย์อีกหลายรูป จึงเป็นที่มาของการสร้างอาคารหลังนี้ซึ่งเป็นศิลปะล้านนาไทยหลังใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง เมื่อสำเร็จแล้วก็จะเป็นสมบัติในพระพุทธศาสนาที่งดงามต่อไป ท่านใดมีจิตศรัทธาเลื่อมใสร่วมบริจาคได้ที่วัดพิพัฒน์มงคล ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย 64150 โทร. 0-5565-9072 ได้ทุกวัน.

------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

   วัดพิพัฒน์มงคล   อ.ทุ่งเสลี่ยม
 
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ หรือพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง หล่อด้วยทองคำหนัก 9 กิโลกรัม ปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลปะสมัยสุโขทัยที่มีความงดงาม

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------

</T

 

มงคลการกราบไว้พระบรมธาตุ วัดพิพัฒน์มงคล จ.สุโขทัย
            ขอเชิญชวนศรัทธาสาธุชน ทุกท่านได้ไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ (พระรากขวัญ) พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง (หลวงพ่อทองคำ) และชมศิลปะโบราณวัตถุของวัดพิพัฒน์มงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ขอทราบรายละเอียดจากวัดพิพัฒน์มงคล โทร.๐-๕๕๖๕-๙๐๗๒, ๐-๕๕๖๕-๙๑๙๘, ๐-๑๒๘๐-๖๓๓๐, ๐-๗๑๙๙-๖๘๐๓, ๐-๖๙๒๗-๕๕๑๗


จากคุณ นกยูงบังไพร (161.200.255.161) เมื่อวันที่ 4/3/2548 11:26:02

 ความคิดเห็นที่ 1 จากคุณ นกยูงบังไพร (161.200.255.161) เมื่อวันที่ 4/3/2548 11:30:46
         เมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่ผ่านมา พระอาจารย์พิพัฒน์มงคลได้เดินทางจาริกแสวงธรรม ร่วมกับคณะของอาจารย์หลวงพ่อ พระครูเวฬุวันพิทักษ์ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ปัจจุบันนี้
ในครั้งนั้นได้รับการถวาย พระบรมสารีริกธาตุ (พระธาตุรากขวัญ หรือพระธาตุไหปลาร้าของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) จากพระหัตถ์ของสมเด็จพระมหานายะกะ สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายสยามวงค์ในนครแคนดี้ วัดบุพผาราม ประเทศศรีลังกา
โดยได้มอบถวายให้ในท่ามกลางสงฆ์ฝ่ายไทยและศรีลังกา แล้วได้นำกลับมาประดิษฐานไว้ ณ ที่วัดสุวรรณวิหาร อ.ป่าซาง จ.ลำพูน หลวงพ่อพระครูเวฬุวันพิทักษ์ เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้าปัจจุบัน ได้ดำริว่า ควรจะนำประดิษฐานไว้ที่วัดพิพัฒน์มงคล เพราะได้สร้างขึ้นมาใหม่ เพราะพระคุณท่านเป็นผู้ให้การสนับสนุนส่งเสริมมาโดยตลอด
ในช่วงที่เริ่มการก่อสร้างวัดนั้น ทางวัดไม่มีโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้สักการบูชา เนื่องจากเป็นช่วงที่กำลังดำเนินการสร้างวัดอยู่ จะรู้ก็เพียงแต่ผู้ที่ใกล้ชิดติดตามเท่านั้น
มาบัดนี้ทางวัดพร้อมแล้วที่จะเปิดโอกาสให้ท่านสาธุชนได้เข้าสักการบูชา และขอพรได้โดยประดิษฐานเอาไว้ที่หอพระทองคำ เมื่อท่านมากราบพระพุทธรูปทองคำแล้วก็ได้มากราบขอพรพระบรมสารีริกธาตุด้วยพร้อมกัน
          เดิมบริเวณที่สร้างวัดพิพัฒน์มงคลนี้แต่ก่อนเป็นท้องนา ป่าละเมาะที่ไม่มีอะไรเลย มีแต่หัวไร่ปลายนา เคยมีผู้คนมาตั้งรกรากอยู่อาศัย แต่อยู่ได้ไม่นานก็ต้องถอนเรือนไปอยู่ที่อื่นโดยไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด จนกระทั่งหลวงพ่อได้มาสร้างวัดพิพัฒน์มงคลขึ้นในบริเวณนี้ โดยได้อาราธนาพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานในวัดด้วย

      พระบรมสารีริกธาตุนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก องค์พระบรมสารีริกธาตุมีลักษณะยาวขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๑ องค์ มีลักษณะกลมอีกจำนวน ๙ องค์ ทำให้หลวงพ่อสร้างวัดพิพัฒน์มงคลเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน

         พระบรมสารีริกธาตุองค์นี้มักจะแสดงปาฏิหาริย์อยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลามีคนเข้าไปกราบนมัสการจะปรากฏเป็นรูปสีต่างๆ ให้เห็นเป็นประจำ
ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระทองคำ วัดพิพัฒน์มงคล ถ้าท่านได้มีโอกาสกราบไหว้ก็จะเป็นสิริมงคลกับตัวเองพร้อมทั้งครอบครัว
การได้กราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ (พระรากขวัญ) เท่ากับได้เข้าเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

     ทุกวันจะมีสาธุชนทั่วประเทศมานมัสการเป็นจำนวนมาก นอกจากท่านจะได้นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ (พระรากขวัญ) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำแท้ มีอายุราว ๕๐๐ ปี หนัก ๙ กิโลกรัมอีกด้วย

      วัดพิพัฒน์มงคลยังมีศิลปะโบราณวัตถุเป็นพระพุทธรูป พระเครื่องและพระบูชาสมัยต่างๆ ที่หาชมได้ยาก ซึ่งลูกศิษย์และผู้มีศรัทธาได้บริจาคถวาย

       นอกจากนั้นแล้ว วัดพิพัฒน์มงคลยังเป็น วัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่นของ จ.สุโขทัย มีรัตนอุโบสถ (โบสถ์แก้ว) ซึ่งมีแห่งเดียวเท่านั้น องค์พระประธาน ในรัตนอุโบสถแกะสลักด้วยหินทรายแดง เป็นศิลปะแบบลังกา สวยงามมากหาชมได้ยาก
ทางวัดจึงขอเชิญชวนศรัทธาสาธุชน ทุกท่านได้ไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ (พระรากขวัญ) พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง (หลวงพ่อทองคำ) และชมศิลปะโบราณวัตถุของวัดพิพัฒน์มงคลได้ทุกวัน จะได้สัมผัสกับความสวยงามของศิลปะแบบล้านนาและศิลปะแบบประยุกต์ ความเป็นระเบียบเรียบง่าย สะอาด ประหยัด ได้ประโยชน์ ประทับใจ บริเวณที่พักสำหรับพุทธศาสนิกชนที่มาเป็นกลุ่มคณะ
พระครูวรคุณประยุต หรือ หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล บอกว่า เมื่อท่านเดินทางมาถึง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย หากได้กราบไหว้บูชาแล้วเหมือนกับว่า เราได้เข้าใกล้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันเป็นมหาบารมี บุญกุศลอันใหญ่หลวงนัก เป็นที่ประจักษ์แก่คนที่มากราบไหว้ ท่านจะอยู่ใกล้หรือไกลก็ตาม หากมีโอกาสแล้วก็เดินทางมา ณ วัดพิพัฒน์มงคล เพื่อขอพรหลวงพ่อทองคำซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และกราบขอพรพระบรมสารีริกธาตุเจ้ารากขวัญ ก็จะเกิดมงคลแก่ครอบครัวและตัวเองเป็นอย่างยิ่ง และญาติโยมที่ได้มากราบนมัสการแล้ว ก็ไม่เคยผิดหวัง ต่างก็อิ่มบุญอิ่มกุศลโชคดีมีลาภกันถ้วนหน้า
           สำหรับการเดินทางนั้น ถ้ามาจาก จ.สุโขทัย ผ่าน อ.ศรีสำโรง อ.สวรรคโลก จะมีป้ายบอกทางตลอดทั้งป้ายของวัด ป้ายทางหลวง และป้ายของการท่องเที่ยว (ททท.) ตามทางแยกสำคัญทุกแยก เมื่อมาถึง อ.สวรรคโลก ให้ท่านเดินทางตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๔๘ ถนนสายสวรรคโลก-อ.เถิน จ.ลำปาง เป็นทางลัดไป จ.เชียงใหม่ เมื่อเข้าสู่เขต อ.ทุ่งเสลี่ยม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๓๑-๓๒ จะเป็น ๔ แยก ให้ท่านเลี้ยวซ้ายมีป้ายบอกทางเข้ามาวัดพิพัฒน์มงคล หรือขอทราบรายละเอียดจากวัดพิพัฒน์มงคล โทร.๐-๕๕๖๕-๙๐๗๒, ๐-๕๕๖๕-๙๑๙๘, ๐-๑๒๘๐-๖๓๓๐, ๐-๗๑๙๙-๖๘๐๓, ๐-๖๙๒๗-๕๕๑๗

แหล่งข้อมูล :
http://www.komchadluek.net/column/pra/2005/03/04/02.php

 

ร่วมพิธีสืบชะตาหลวง ณ วัดพิพัฒน์มงคล

    พระครูวรคุณประยุต (หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล) เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล เปิดเผยว่า พิธีสืบชะตาหลวง สะเดาะนพเคราะห์ ๑๒ ราศี อันมี ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ กุน จะจัดขึ้น ณ วัดพิพัฒน์มงคล เป็นปีที่ ๒๑ ในวันเสาร์ที่ ๑๖ เมษายนนี้ อันเป็น "วันปี๋ใหม่เมือง" รอบเช้าเวลา ๐๙.๕๙ น. รอบบ่ายเวลา ๑๓.๐๙ น.

          เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล กล่าวว่า การจัดพิธีสืบชะตาหลวงครั้งนี้ ทางคณะกรรมการวัดได้นิมนต์พระเถราจารย์ผู้ทรงเวท แห่งล้านนาไทย ๙๙ รูป เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นล้านนาไทยนี้ ซึ่งหาทำได้ยากยิ่ง โดยพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงเวท เรียนรู้บทพุทธมนต์พระคาถาเสริมดวงชะตา จะได้เสกเป่าแผ่นดวงชะตาของสาธุชนทุกท่าน ที่เกิดใน ๑๒ ราศี จะเป็นเดือนอะไรก็ตาม หากอายุของท่านลงท้ายด้วยเลขคี่ ๓-๗-๑-๙ หรือปีขาล-มะเมีย มะแม-กุน โบราณอาจารย์ล้านนาถือว่าดวงชะตาของท่าน ยังมีอุปสรรคติดขัด ส่วนท่านที่ไม่ตรงนี้ถือว่าโชคดีมาก จะเสริมดวงชะตาให้ดียิ่งๆ ขึ้น

นอกจากนี้ ท่านที่ร่วมพิธียังได้มีโอกาสปล่อยนกปล่อยปลา ตักบาตรทอง ๑๐๘ ลูก ถวายต้นมหาสังฆทานสูง ๙ วา ๙ ต้นตำรับพุทธมนต์ ๙๙ อาจารย์ของวัดที่มีชื่อมงคล วัดดับภัย-ชัยมงคล-ดวงดี-ทุ่งเศรษฐี-หมื่นล้าน-หมื่นเงินกอง-ลอยเคราะห์- พิพัฒน์มงคล-อุดมสมบูรณ์ และรับวัตถุมงคลหลวงพ่อทองคำอายุ ๗๐๐ ปีอีกด้วย

"เพื่อไม่ประมาทต่อชีวิต ปีหนึ่งเรามาเข้าพิธีสืบชะตา สะเดาะเคราะห์แบบล้านนาครั้งหนึ่งก็จะเป็นมงคลแก่ชีวิต เริ่มต้นดี ก็สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง ท่านจะเข้าพิธีแต่งกายให้เรียบร้อยมารับแผ่นดวงยันต์มหาโภคทรัพย์ ด้ายมงคล-ดอกบัว ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ (ท่านไม่ต้องนำมา) ท่านจะทำบุญเท่าอายุของท่านหรือบูชาครูตามศรัทธาก็ได้ หลังจากทำพิธีแล้ว ชีวิตการงานการเงินของท่านคงจะค่อยดีขึ้น ก่อนนอนให้ภาวนาว่า สุขัง ลาภัง ภวันตุ ๑๐๘ จบ พระคาถานี้พระอาจารย์ได้อธิษฐาน จนสร้างวัดได้สำเร็จเพียง ๕ ปี" หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล กล่าว

สำหรับพุทธศาสนิกชนที่ไม่สามารถมาเข้าพิธีได้ ขอให้ส่งแผ่นดวงที่ทางวัดจัดส่งให้ พร้อมปัจจัยบูชาครูมาเข้าพิธีแทนตัวท่านได้ แผ่นยันต์ทองนี้ต้องเขียนชื่อ นามสกุล-วัน-เดือน-เกิด ของท่านลงในแผ่นดวง แล้วนำเข้าพิธีก็เหมือนท่านได้ร่วมพิธีเช่นกัน ท่านที่ไม่สามารถจะมาร่วมพิธีได้ จะจัดแผ่นดวงชะตามาที่ พระครูวรคุณประยุต (หลวงพ่อพิพัฒน์มงคล) เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ๖๔๑๕๐ โทร.๐-๕๕๖๕-๙๐๗๒, ๐-๑๒๘๐-๖๓๓๐, ๐-๗๑๙๙-๖๘๐๓ (ในส่วนของแผ่นดวงชะตานี้ ถ้าหากท่านต้องการเพิ่ม ทางวัดจัดส่งให้ท่านได้ไม่จำกัด มากน้อยเท่าไรก็ได้ โปรดแจ้งมาทางโทรศัพท์ของวัด พร้อมทั้งที่อยู่ของท่าน)

ส่วนพุทธศาสนิกชนท่านใดประสงค์ทำบุญร่วมกับวัด สามารถโอนปัจจัยร่วมเป็นกรณีพิเศษทางธนาคาร โดยผ่านทางธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาทุ่งเสลี่ยม เลขที่บัญชี ๔๖๐-๐๐๒๒๗๕-๒ ชื่อบัญชีวัดพิพัฒน์มงคล

nationgroup

สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ชมรมพระธาตุล้านนา

พิธีใหญ่สืบชะตาหลวงล้านนา งานประเพณี " วัดพิพัฒน์มงคล "


ประเพณีชาวไทยล้านนา ถือว่าการสืบชะตาปีใหม่เป็นนิมิตหมายมงคลสูงส่ง เพราะว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ วันจะทำให้ธุรกิจการงานการเงินเจริญก้าวหน้ามีอายุยืนยาว ปราศจากโรคาพยาธิทั้งหลายมาเบียดเบียน

การสืบชะตาหลวงนั้นวัดพิพัฒน์มงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่ง หลวงพ่อพระครูวรคุณประยุต(พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล) เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล เป็นชาวล้านนาโดยกำเนิดเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นต้นแบบของการสืบชะตาสะเดาะเคราะห์ใหม่ พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล กล่าวว่า วัดพิพัฒน์มงคลได้จัดพิธีนี้มานาน นับแต่เริ่มสร้างวัดมาปี 2526 ก็ได้จัดพิธีนี้มาตลอด 23 ปีเข้ามานี้แล้ว ทุกๆ วันที่ 1 มกราคมของทุกปี จะมีศรัทธาประชาชน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า วันที่ 1 มกราคม จะเป็นวันสืบชะตาหลวงของวัด เพื่อให้ศรัทธาสาธุชนร่วมพิธี ปีหนึ่งจำนวนหลายพันคนเข้าพิธี และมากขึ้นทุกปี ซึ่งทางวัดได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์พระเถราจารย์ผู้ใหญ่ในภาคเหนือ ที่มีพรรษาอายุกาลมาก มีเมตตาธรรมสูงส่งของภาคเหนือหลายจังหวัดมาประกอบพิธี โดยทางวัดพิพัฒน์มงคลได้บริการอาหารเครื่องดื่มที่นอนไว้สำหรับท่านที่มาจากต่างจังหวัด

พิธีสืบชะตานั้นเริ่มตั้งแต่เวลา 09.59 น.-11.29 น. ส่วนรอบบ่ายเวลา 13.09-14.09 น. รวม 2 รอบ ในวันเดียวคือวันที่ 1 มกราคม 2549 วัดพิพัฒน์มงคลได้จัดแผ่นดวงยันต์มหาโภคทรัพย์ ซึ่งเป็นดวงเสริมชะตามอบให้ท่านที่เข้าพิธีเพื่อเขียน ชื่อ นามสกุล วัน เดือนปีเกิด ลงในหม้อเงินหม้อทองที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ พร้อมทั้งปัจจัยบูชาครูตามกำลังศรัทธา

พระสงฆ์เถระทั้งหลายประมาณ 109 รูป ก็จะประกอบพิธีอธิษฐานจิตสืบชะตาหลวงแบบล้านนาจริงๆ นั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือไม้ค้ำ(ไม่ง่าม) ต้นกล้วย ต้นอ้อย เครื่องราชวัตรฉัตรธงอันประกอบด้วยบันได 9 ขั้น หมายถึงโลกุตรธรรม 9 ประการ



"ไม้ค้ำ" นี้ถือเป็นไม้มงคล คือค้ำชูอุดหนุนไม่ให้ตกยากลำบาก "ช่อน้อยตุงชัย" หมายถึงธงอันเป็นสัญลักษณ์ว่าผู้ได้ถวายธงหรือตุงแล้วจะได้พ้นจากความทุกข์ยากลำบากทั้งมวล "มะพร้าว-กล้วย-อ้อย" อันเป็นสัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นที่กำเนิดของพืชพันธุ์ธัญญาหารพืชพันธุ์ชนิดนี้ว่าขึ้นตรงไหนก็จะงอกงามที่นั้น จึงนำมาเป็นเครื่องประกอบพิธีหลักในการสืบชะตาหลวง

ส่วนเครื่องประกอบอื่นๆ อีกจำนวนมาก เช่น กระบอกน้ำ กระบอกทรายต้นไม้มงคล 9 อย่าง และ
วัดที่เป็นชื่อมงคลโดยได้นำน้ำมนต์จากวัดที่มีชื่อเป็นมงคลต่างๆ เช่น วัดดวงดี วัดทุ่งเศรษฐี วัดชัยมงคล วัดหมื่นล้าน วัดหมื่นเงินกอง วัดดับภัย วัดต้นโชค วัดลอยเคราะห์ วัดหม้อคำตวง เป็นต้น นำมาเข้าพิธีในวันนั้น

ในส่วนของวัดพิพัฒน์มงคลนั้น ได้จัดแผ่นดวงมหาโภคทรัพย์ให้ท่านที่ต้องการแผ่นดวงเพื่อนำเข้าพิธี แผ่นดวงนี้ทางวัดแจกให้ท่านฟรี ส่วนการจะทำบุญสุดแต่ศรัทธาของท่าน แผ่นดวงชะตานี้จะเป็นตัวแทนของท่านเข้าพิธี แผ่นดวงชะตามหาโภคทรัพย์นี้ขอรับได้ที่ วัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย 64150 หรือท่านติดต่อมาที่วัดเบอร์โทร. 0-5565-9072, 0-1280-6330, 0-7199-6803 ได้ทุกเวลา

ทางวัดจะจัดส่งแผ่นดวงให้พร้อมทั้งคำอธิบายและด้ายมงคล โดยไม่จำกัดมากน้อยเท่าไหร่ก็ได้ จากนั้นก็จัดส่งแผ่นดวงชะตามาเข้าพิธีที่วัดได้ โดยท่านจะมาหรือไม่มาก็ได้

แต่ถ้ามาได้ก็จะได้ร่วมพิธีถวายต้นมหาสังฆทานใหญ่ 9 ต้น 9 วา ให้เจ้ากรรมนายเวร เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย
*ภาพ และข้อมูลจาก นสพ.ข่าวสด

 

สำนักศาสนศึกษา"วัดพิพัฒน์มงคล" เปิดรับสมัครภิกษุ-สามเณรเรียนบาลี

ข่าวจากวัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย แจ้งว่า วัดพิพัฒน์มงคลภายใต้การนำของพระครูวรคุณประยุต เจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล ได้เปิดโรงเรียนศาสนศึกษาขึ้นเป็นปีที่ 3 ในปีนี้ทางสำนักศาสนศึกษาโดยมีพระมหากายสิทธิ์ สิทธาภิภู เปรียญธรรม 9 ประโยค ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ ได้ส่งนักเรียนธรรมบาลีเข้าสอบ 17 รูป ปรากฏว่าปีนี้สอบได้ 12 รูป เป็นประโยค 1-2 จำนวน 11 รูป ปธ.4 ประโยค 1 รูป และได้วิชาเดียวอีก 3 รูป ถือว่าประสบผลสำเร็จในการจัดการศึกษาภาษาบาลี อันเป็นหลักของบทพุทธพจน์ ในอนาคตหากไม่มีพระภิกษุสามเณรเรียนธรรมบาลีกัน ก็จะทำให้ศาสนาเสื่อมลงเพราะเทศน์จะยกหลักภาษาบาลีไม่ถูก ความสำคัญก็จะลดลงไปเรื่อยๆ

          ในปีนี้สำนักศาสนศึกษาวัดพิพัฒน์มงคล เปิดรับสมัครพระภิกษุสามเณรที่สนใจใฝ่รู้ในหลักธรรมหรือศึกษาบาลี มาสมัครหรือติดต่อได้ที่วัดพิพัฒน์มงคลทุกวัน โดยจะเปิดภาคเรียนหลักวันวิสาขบูชา 2 วัน พระภิกษุสามเณรผู้สนใจจะเรียนทางนี้ ทางวัดมีอาจารย์ที่เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค เปรียญธรรม 4 ประโยค และเปรียญธรรม 3 ประโยค เป็นผู้อำนวยการสอน เรียนฟรี ที่พักอาศัยก็สะดวกสบาย เพียงแต่ท่านตั้งใจมาเรียนเท่านั้น ทางวัดรับผิดชอบเรื่องอุปกรณ์การเรียนการสอนฟรี ตลอดทั้งภัตตาหารด้วย

     อนึ่ง ญาติโยมผู้มีศรัทธาเลื่อมใส ในอันที่จะส่งเสริมพระภิกษุสามเณรเรียนธรรมบาลี เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา สามารถที่จะบริจาคโดยถวายเป็นค่าหนังสือเรียนหรือภัตตาหารเพล มื้อละ 500 บาท ได้ทุกวัน บริจาคด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีวัดก็ได้ ชื่อบัญชีวัดพิพัฒน์มงคล ธนาคารกรุงเทพ สาขาทุ่งเสลี่ยม เลขที่บัญชี 460-002275-2 หรือ โทร.0-5565-9072, 0-5565-9198 พระภิกษุสามเณรได้ศึกษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ปีนี้ประมาณ 39 รูป ที่ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติธรรม ฉะนั้น จึงขอเชิญท่านร่วมอนุโมทนาตามที่ได้นำเสนอ ผู้มีน้ำใจงามส่งเสริมการพระศาสนาให้เจริญมั่งคงยิ่งๆขึ้นไป

 
"หอคำเรือนไทย"ไม้สักทองล้านนา สิ่งก่อสร้างล้ำค่า-คู่วัดพิพัฒน์มงคล
 

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม

เยี่ยมชมการก่อสร้าง

วัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ปัจจุบันมี "พระครูวรคุณประยุต" เจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้ดำเนินการตั้งวัดมาได้ครบ 23 ปี ในปี 2549 นี้ และท่านได้พัฒนาถาวรวัตถุต่างๆ ขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น โบสถ์ วิหาร ลานเจดีย์ ซึ่งมีสถานที่ตั้งวัดทั้งหมด 99 ไร่

ปัจจุบัน วัดพิพัฒน์มงคลเป็นศูนย์กลางของการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี-นักธรรม-การพัฒนา-และการปฏิบัติธรรม

"วัดพิพัฒน์มงคล" ได้รับการยกย่องเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างปี 2540 เป็นอุทยานการศึกษาปี 2541 เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น ปี 2543 เป็นวัดปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี 2543 และได้รับเสมาทองคำพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วัดพิพัฒน์มงคลได้รับการยกย่องได้รับเกียรติจากสถาบันพัฒนาและโล่เกียรติคุณต่างๆ เป็นจำนวนมาก จนมีทั้งคณะสงฆ์จากวัดและจังหวัดต่างๆ มาศึกษาดูงานในการพัฒนาบ่อยครั้ง ซึ่งวัดได้จัดระเบียบความสวยงาม ความสะอาด ร่มรื่น สมด้วยเป็นรมณียสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองคำ (พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง) ซึ่งเป็นทองคำแท้มีอายุราว 500 ปี หนัก 9 กิโลกรัม เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันได้มีประชาชนทั่วประเทศได้เดินทางมากราบขอพรนมัสการอยู่เป็นประจำทุกวัน

พระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะภาค 5 ประธานประกอบพิธียกเสาเอก

นอกจากนี้ยังมีศิลปะโบราณต่างๆ มากมาย ที่ทรงคุณค่าหาดูได้ยาก มี "พระบรมสารีริกธาตุ-พระธาตุรากขวัญ" ซึ่งได้อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยสมเด็จพระมหานายกะ สมเด็จพระสังฆราชลังกาในนครแคนดี้ ได้นำมาประดิษฐานเป็นการถาวรที่วัดนี้ตั้งแต่ปี 2527 เป็นต้นมา

ในขณะนั้นได้เริ่มสร้างวัดพอดี รวมเวลาได้ 23 ปี

"พระธาตุรากขวัญ" คือพระธาตุไหปลาร้าของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมที่วัดพิพัฒน์มงคล แล้วรู้สึกประทับใจในความสะอาด-ความสงบ-ความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ตลอดระยะเวลาที่สร้างวัดมาได้ 23 ปี จากสถานที่เป็นท้องทุ่งนาว่างเปล่าได้กลายมาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีรมณียสถานสวยงามก็เพราะบารมีธรรมของ หลวงพ่อพิพัฒน์มงคลหรือพระครูวรคุณประยุต เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้ที่พบเห็นเลื่อมใสศรัทธา ตลอดทั้งพ่อค้าประชาชน ข้าราชการ ทหารตำรวจเป็นอันมาก

เนื่องในวโรกาสอันเป็นมงคลสมัยที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปี 2550 ที่จะมาถึง พระครูวรคุณประยุต ได้ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ผู้มีศรัทธาทั้งหลาย อาทิ พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก พลเอกไพศาล กตัญญู ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.ท.ธีรจิตร์ อุตมะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับบริษัทสมบูรณ์แอดวานซ์ ที่มีคุณแม่มาลินี-คุณยงยุทธ กิตะพาณิชย์ พร้อมครอบครัวและห้างทองแสงพรหม ได้เป็นประธานร่วมกันถวายปัจจัยเป็นทุนเบื้องแรกดำเนินการก่อสร้าง "อาคารเรือนไทยหอคำหลวงไม้สักทองเสา 99 ต้น" ใช้งบประมาณในการดำเนินการประมาณ 15 ล้านบาท
บน-อาคารหอคำหลวงจำลอง

 

ล่าง-อาคารหอคำที่กำลังก่อสร้างอยู่

"ไม้สักทอง" โบราณนี้เป็นของเก่าแก่ที่ชาวบ้านรื้อถอนบ้าน หลังจากที่ได้มีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่มอก ทำให้ต้องย้ายสถานที่ จึงนำบ้านเก่ามาถวายไว้กับวัดบางส่วนและบางส่วนทางวัดก็ได้จัดซื้อ ของเก่ามาเพิ่มเติมบ้าง ในขณะนี้ได้ดำเนินการไปได้ 50% แล้ว เพื่อให้ทันฉลองในปีมหามงคล 2 ปีนี้

ทางวัดจึงได้เปิดโอกาสให้ท่านผู้ศรัทธาที่จะร่วมกันถวายพระราชกุศล สร้างอาคารหอคำหลังนี้ให้สำเร็จ ในขณะนี้ยังขาดปัจจัยที่จะดำเนินการต่ออีกมาก หากผู้ศรัทธาจะร่วมทำบุญตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป จะได้รับพระกรุเก่าโบราณที่ทางวัดมีอยู่ให้ท่านนำไปบูชา หากท่านร่วมทำบุญตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 9,000 บาท ก็จะได้รับพระเครื่องบูชาหลากหลายที่ทางวัดได้สะสมไว้จำนวนมาก

หากท่านได้ร่วมทำบุญมากกว่านี้ก็จะได้พระบูชาขนาดหน้าตักตั้งแต่ 12 นิ้วขึ้นไปมีอยู่หลายองค์ ซึ่งทางวัดได้มอบเป็นสิริมงคลให้กับท่านที่ร่วมบุญในครั้งนี้ และวัตถุประสงค์อีกประการหนึ่ง อาคารทรงไทยหอคำหลังนี้ สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปเหมือนเถราจารย์ผู้ใหญ่ 4 ภาค เช่น ภาคใต้ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด ภาคกลางหลวงพ่อเงิน, หลวงปู่ศุข, หลวงพ่อสด, สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี ภาคเหนือหลวงปู่แหวน, ครูบาศรีวิชัย, หลวงพ่อเกษม เขมโก ภาคอีสานหลวงปู่มั่น, หลวงปู่ฝั้น ภาคตะวันออกหลวงปู่คง, หลวงปู่แก้ว และรูปเหมือนเกจิอาจารย์อีกหลายองค์ จึงเป็นที่มาของการสร้างอาคารหลังนี้ ซึ่งเป็นศิลปะล้านนาไทยหลังใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง

เมื่อสำเร็จแล้ว ก็จะเป็นสมบัติในพระพุทธศาสนาที่งดงามต่อไป จึงขอน้อมเชิญชวนท่านผู้มีจิตเมตตาศรัทธาเลื่อมใส ร่วมบริจาคได้ที่วัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย 64150 โทร. 0-5565-9072, 0-1280-6330 ได้ทุกวัน ทางวัดจะจารึกชื่อของท่านไว้ที่อาคารด้วย เมื่อท่านได้บริจาคตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป

หอคำหลวงนี้ได้รับเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม วัดปากน้ำ ได้ถวายการอุปถัมภ์แนะนำในการก่อสร้าง ได้เดินทางมาชมการก่อสร้างด้วย นอกจากนี้พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะภาค 5 วัดปากน้ำ ได้มายกเสามงคลเป็นปฐมฤกษ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และได้รับการแนะนำในการสร้างไว้เรียบร้อย

 
 
 
 
 
 
 
 
"หอคำเรือนไทย"ไม้สักทองล้านนา สิ่งก่อสร้างล้ำค่า-คู่วัดพิพัฒน์มงคล
 
 
วัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ปัจจุบันมี "พระครูวรคุณประยุต" เจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้ดำเนินการตั้งวัดมาได้ครบ 23 ปี ในปี 2549 นี้ และท่านได้พัฒนาถาวรวัตถุต่างๆ ขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น โบสถ์ วิหาร ลานเจดีย์ ซึ่งมีสถานที่ตั้งวัดทั้งหมด 99 ไร่

ปัจจุบัน วัดพิพัฒน์มงคลเป็นศูนย์กลางของการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี-นักธรรม-การพัฒนา-และการปฏิบัติธรรม

"วัดพิพัฒน์มงคล" ได้รับการยกย่องเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างปี 2540 เป็นอุทยานการศึกษาปี 2541 เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น ปี 2543 เป็นวัดปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี 2543 และได้รับเสมาทองคำพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วัดพิพัฒน์มงคลได้รับการยกย่องได้รับเกียรติจากสถาบันพัฒนาและโล่เกียรติคุณต่างๆ เป็นจำนวนมาก จนมีทั้งคณะสงฆ์จากวัดและจังหวัดต่างๆ มาศึกษาดูงานในการพัฒนาบ่อยครั้ง ซึ่งวัดได้จัดระเบียบความสวยงาม ความสะอาด ร่มรื่น สมด้วยเป็นรมณียสถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปทองคำ (พระพุทธสุโขโพธิ์ทอง) ซึ่งเป็นทองคำแท้มีอายุราว 500 ปี หนัก 9 กิโลกรัม เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันได้มีประชาชนทั่วประเทศได้เดินทางมากราบขอพรนมัสการอยู่เป็นประจำทุกวัน
 


นอกจากนี้ยังมีศิลปะโบราณต่างๆ มากมาย ที่ทรงคุณค่าหาดูได้ยาก มี "พระบรมสารีริกธาตุ-พระธาตุรากขวัญ" ซึ่งได้อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยสมเด็จพระมหานายกะ สมเด็จพระสังฆราชลังกาในนครแคนดี้ ได้นำมาประดิษฐานเป็นการถาวรที่วัดนี้ตั้งแต่ปี 2527 เป็นต้นมา

ในขณะนั้นได้เริ่มสร้างวัดพอดี รวมเวลาได้ 23 ปี

"พระธาตุรากขวัญ" คือพระธาตุไหปลาร้าของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมที่วัดพิพัฒน์มงคล แล้วรู้สึกประทับใจในความสะอาด-ความสงบ-ความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ตลอดระยะเวลาที่สร้างวัดมาได้ 23 ปี จากสถานที่เป็นท้องทุ่งนาว่างเปล่าได้กลายมาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีรมณียสถานสวยงามก็เพราะบารมีธรรมของ หลวงพ่อพิพัฒน์มงคลหรือพระครูวรคุณประยุต เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้ที่พบเห็นเลื่อมใสศรัทธา ตลอดทั้งพ่อค้าประชาชน ข้าราชการ ทหารตำรวจเป็นอันมาก

เนื่องในวโรกาสอันเป็นมงคลสมัยที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปี 2550 ที่จะมาถึง พระครูวรคุณประยุต ได้ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ผู้มีศรัทธาทั้งหลาย อาทิ พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก พลเอกไพศาล กตัญญู ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.ท.ธีรจิตร์ อุตมะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับบริษัทสมบูรณ์แอดวานซ์ ที่มีคุณแม่มาลินี-คุณยงยุทธ กิตะพาณิชย์ พร้อมครอบครัวและห้างทองแสงพรหม ได้เป็นประธานร่วมกันถวายปัจจัยเป็นทุนเบื้องแรกดำเนินการก่อสร้าง "อาคารเรือนไทยหอคำหลวงไม้สักทองเสา 99 ต้น" ใช้งบประมาณในการดำเนินการประมาณ 15 ล้านบาท
 


"ไม้สักทอง" โบราณนี้เป็นของเก่าแก่ที่ชาวบ้านรื้อถอนบ้าน หลังจากที่ได้มีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่มอก ทำให้ต้องย้ายสถานที่ จึงนำบ้านเก่ามาถวายไว้กับวัดบางส่วนและบางส่วนทางวัดก็ได้จัดซื้อ ของเก่ามาเพิ่มเติมบ้าง ในขณะนี้ได้ดำเนินการไปได้ 50% แล้ว เพื่อให้ทันฉลองในปีมหามงคล 2 ปีนี้

ทางวัดจึงได้เปิดโอกาสให้ท่านผู้ศรัทธาที่จะร่วมกันถวายพระราชกุศลสร้างอาคารหอคำหลังนี้ให้สำเร็จ ในขณะนี้ยังขาดปัจจัยที่จะดำเนินการต่ออีกมาก หากผู้ศรัทธาจะร่วมทำบุญตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป จะได้รับพระกรุเก่าโบราณที่ทางวัดมีอยู่ให้ท่านนำไปบูชา หากท่านร่วมทำบุญตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 9,000 บาท ก็จะได้รับพระเครื่องบูชาหลากหลายที่ทางวัดได้สะสมไว้จำนวนมาก

หากท่านได้ร่วมทำบุญมากกว่านี้ก็จะได้พระบูชาขนาดหน้าตักตั้งแต่ 12 นิ้วขึ้นไปมีอยู่หลายองค์ ซึ่งทางวัดได้มอบเป็นสิริมงคลให้กับท่านที่ร่วมบุญในครั้งนี้ และวัตถุประสงค์อีกประการหนึ่ง อาคารทรงไทยหอคำหลังนี้ สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปเหมือนเถราจารย์ผู้ใหญ่ 4 ภาค เช่น ภาคใต้ รูปเหมือนหลวงปู่ทวด ภาคกลางหลวงพ่อเงิน, หลวงปู่ศุข, หลวงพ่อสด, สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี ภาคเหนือหลวงปู่แหวน, ครูบาศรีวิชัย, หลวงพ่อเกษม เขมโก ภาคอีสานหลวงปู่มั่น, หลวงปู่ฝั้น ภาคตะวันออกหลวงปู่คง, หลวงปู่แก้ว และรูปเหมือนเกจิอาจารย์อีกหลายองค์ จึงเป็นที่มาของการสร้างอาคารหลังนี้ ซึ่งเป็นศิลปะล้านนาไทยหลังใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง

เมื่อสำเร็จแล้ว ก็จะเป็นสมบัติในพระพุทธศาสนาที่งดงามต่อไป จึงขอน้อมเชิญชวนท่านผู้มีจิตเมตตาศรัทธาเลื่อมใส ร่วมบริจาคได้ที่วัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย 64150 โทร. 0-5565-9072, 0-1280-6330 ได้ทุกวัน ทางวัดจะจารึกชื่อของท่านไว้ที่อาคารด้วย เมื่อท่านได้บริจาคตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป

      หอคำหลวงนี้ได้รับเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม วัดปากน้ำ ได้ถวายการอุปถัมภ์แนะนำในการก่อสร้าง ได้เดินทางมาชมการก่อสร้างด้วย นอกจากนี้พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะภาค 5 วัดปากน้ำ ได้มายกเสามงคลเป็นปฐมฤกษ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และได้รับการแนะนำในการสร้างไว้เรียบร้อย


ที่มา : ข่าวสด
 

 

 

 

 

 

 

 


ที่มา : ข่าวสด (วันที่ ๒๙ มิ.ย. ๒๕๔๙)


เชิญร่วมงานผูกพัทธสีมา ปิดทองลูกนิมิต..!
ครั้งแรกในจังหวัดสุโขทัย...!! เชิญร่วมงานผูกพัทธสีมาปิดทองลูกนิมิตพลอยมหามงคล ๙ ลูก ณ รัตนอุโบสถ วัดพิพัฒน์มงคล(หลวงพ่อทองคำ) ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ระหว่างวันที่ ๘-๙-๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๐ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๕๕๖๕ ๙๐๗๒, ๐ ๕๕๖๒ ๙๒๕๖ โทรสาร. ๐ ๕๕๖๕ ๙๑๙๘ หรือ ทางเว็บไซต์แห่งนี้..!!
 
 


รองเจ้าคณะจังหวัดลำพูนเยี่ยมวัดพิพัฒน์มงคล

พระปิฎกคุณาภรณ์ รอง.จจ.ลำพุน และคณะจาก มจร.วิทยาลัยเขตเชียงใหม่ วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน

เข้าเยี่ยมวัดพิพัฒน์มงคล เยี่ยมชมสักการะพระทองคำ และโบราณวัตถุของวัดฯ

เยี่ยมชมสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปโบราณ

หลวงพ่อพิพัฒน์มงคลถวายปัจจัยสมทบทุนสร้างสถานศึกษาพระพุทธศาสนา

และวิปัสสนากรรมฐานนานาชาติ

เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา มหาราชินี

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยเขตเชียงใหม่

 


วัดเราน้ำก็ท่วมน่ะ..!

ที่ไหนก็ท่วม..วัดเรากลัวจะน้อยหน้าเค้า..เลยขอท่วมมั่งน่ะ....

         วันที่ ๒๒ พ.ค. ๔๙ เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. น้ำเริ่มล้นทุ่งนาด้านทิศตะวันตก ทะลักข้ามถนนเข้าด้านทิศตะวันตกเข้าสระ(สะพานวงแหวน) เวบมาสเอตร์ออกไปถ่ายภาพเอง...แทบหนีไม่ทัน เลยได้ภาพมาไม่หมด..แหม..น่าเสียดายน่ะ.... และแล้วไม่กี่อึดใจน้ำก็เต็มวัดอย่างที่เห็น...อิอิ

เห็นม่ะ..!! มันข้ามทุ่งมาแว้ววว..

 

 

หลวงพ่อทองคำ

ลงนามถวายพระพร
นาฬิกา
ภาพจากอัลบั้ม
Links
ร่วมอนุโมทนาบุญ
คม-ชัด-ลึก
ข่าวสด
ไทยรัฐ
มติชน
เดลินิวส์
บางกอกโพส
สนง.พศ.แห่งชาติ
maxnettv
ทีทีแอนด์ที
แม่กองธรรม
maxnet
ข่าวภูมิภาค
กระทรวงไอซีที
FM 103.5 cool
สนง.วธ.สุโขทัย
กองสลาก
เวบสำเร็จรูป
โพสต์ทูเดย์
เวบ กพ.
FM 91.5 Hot Wave
93 Cool FM.
วิทยุสมัครเล่นขอนแก่น
103.5FM One
กรมอุตุฯ
ม.รามคำแหง สท.
วัดเขาแก้วชัยมงคล
mambothailand
ทุ่งเสลี่ยม
macromedia
แหล่งความรู้พัฒนาเว็บ
Webwat.net
phpserv-
thaicraete.com(php)
ร.ร.สมเด็จพุทธชินวงศ์
php_fution
มหาหมอดู
วัดปากน้ำ
ไทย-ครีเอท
ไทยกราฟ
thaiall.com
Todayload.com
ชมรมเว็บเพจไทย
Live TV
วัดสร้อยทอง
ธรรมะไทย
ทีเว็บมาสเตอร์